นิ ณิว's profileหวังจะฝากความรักครั้งสุด...PhotosBlogListsMore ![]() | Help |
|
June 26 Jack the ripper
จดหมายเลือดที่ Jack เขียนถึงตำรวจค่ะ (แผ่นที่สองน่ะค่ะ) อันนี้ข้อมูลอย่างละเอียดค่ะ
อันเนื่องมาจากเป็นตัวละครรายแรกของฆาตรกรบรรลือโลก หนึ่งในบรรดาฆาตรกรซึ่งหลบหายในมุมมืดของโลก และไม่มีใครในโลกสามารถตามจับได้แม้ว่าเวลาจะล่วงเลยผ่านมาเป็นเวลานานกว่า ชื่อของชายคนหนึ่งในหน้าประวัติศาสตร์อังกฤษ ที่ชาวอังกฤษและชาวโลกรู้จักกันดี ชายคนนี้เป็นฆาตกรต่อเนื่องที่ก่อคดีสะเทือนขวัญมานับครั้งไม่ถ้วน กับหญิงโสเภณีในย่านสลัมของย่านลอนดอน ซึ่งผ่านมากว่าร้อยปีแล้ว และมีหนังสือที่เกี่ยวกับแจ๊คออกมามากมาย ไม่เท่านั้น เพลง , เรื่องเล่า , ละครโอเปร่า และภาพยนตร์ก็ยังเคยนำเรื่องราวของชายผู้นี้ไปสร้างกันหลายต่อหลายครั้ง นับว่า แจ๊ค เดอะ ริปเปอร์ เป็นอาชญากรชื่อดังแห่งยุคหรือศตวรรษนั่นเลยทีเดียว เป็นสัญญลักษณ์ของความน่ากลัวต่อชาวอังกฤษ จนถึงทุกวันนี้เมื่อนึกถึงชื่อนี้ขึ้นมา (the man should not be named) ทำไมชื่อของ แจ๊ค เดอะ ริปเปอร์ยังคงเป็นที่จดจำกันได้จนถึงทุกวันนี้ ? คำตอบที่น่าจะกล่าวได้คือ ชายผู้นี้ยังไม่เคยโดนจับได้เลยตั้งแต่เขาก่อคดีสะเทือนขวัญผู้คนในลอนดอนมา ทั้งยังการฆ่าที่โหดเหี้ยมและน่าสยดสยอง ไม่ว่าจะเป็นการฆ่าเหยื่อโดยการผ่าท้อง และลากเอาไส้มาแขวนไว้ที่เสาไฟฟ้า การแขวนศพเหยื่อไว้บนกำแพง ฯลฯ และที่สำคัญไม่มีข่าวรายงานเลยว่ามีคนที่เคยเห็นหน้าแจ๊คด้วยซ้ำไป กระทั่งผู้ที่อาศัยอยู่ละแวกใกล้ๆ แม้แต่ตอนที่แจ๊คลงมือยังแทบไม่ได้ยินเสียงอะไรที่ผิดปกติเลย โดยเหยื่อนั้นเสียชีวิตจากการถูกของมีคมแทงหรือไม่ก็ชำแหละ คมมากจนถึงขนาดตัดกระดูกออกมาได้ บ้างก็กล่าวว่าแจ๊คนั้นเป็นหมอผ่าตัดบ้าง คนชำแหละเนื้อบ้าง และหักอกจากหญิงคนรักที่เป็นโสเภณี หรือเพียงผู้หญิงธรรมดา บ้างก็ว่าลูกชายของแจ๊คนั้นโดนโสเภณีหลอกจนกระทั่งต้องฆ่าตัวตาย เลยเป็นเหตุให้เขาก่อคดีเหล่านี้ คดีฆาตกรรมที่แก้ไม่ได้ของแจ๊คเดอะ ริปเปอร์ ทำเอาตำรวจทั้งลอนดอนปวดหัวเป็นการใหญ่ และพยายามสืบหาว่าเขาเป็นใครและทำการฆาตกรรมต่อหญิงโสเภณีไปเพื่ออะไร จนถึงทุกวันนี้ก็ยังมีการตั้งสมมติฐานและสืบจากหลักฐานที่บันทึกไว้อยู่ แต่ก็ยังไม่ได้เรื่องราวคืบหน้าอะไร ตำนานเรื่องราวที่น่ากลัวนั้นเริ่มจากคืนหนึ่งในกรุงลอนดอน อากาศหนาวและหมอกลงหนาจัด จนกระทั่งมีชายคนหนึ่งเดินแหวกสายหมอกออกมา พร้อมกับหญิงโสเภณีคนหนึ่ง โดยไม่รู้ตัวว่าตัวเองนั้นจะไม่มีโอกาสได้เห็นพรุ่งนี้อีกแล้วเมื่อมาอยู่ในอุ้งมือมัจจุราชของชายที่มาด้วยกัน เมื่อถึงที่ลับตาคน แจ๊คก็เริ่มฆ่าเหยื่อด้วยมีดอย่างรวดเร็วและเงียบกริบ และจากไปโดยไม่มีใครล่วงรู้ อย่างหนึ่งที่ตำรวจและผู้เชี่ยวชาญกล่าวไว้ว่าเหตุผลที่แจ๊คลงมือนั้น แทบจะหาประเด็นมาอธิบายไม่ได้ ชายผู้นี้ลงมือด้วยความพอใจ หรือ ? ลงมือด้วยความแค้นต่อ "ใคร" หรือ "อะไร" สักอย่าง มาจนกระทั่งถึงเหยื่อรายสุดท้าย จากนั้น แจ๊คเดอะ ริปเปอร์ก็ได้หายไปจากหน้าประวัติศาสตร์คดีฆาตกรรม โดยไม่เหลือร่องรอยอะไรทิ้งไว้ นอกจากตำนานการฆาตกรรมสยองขวัญ ที่ยังคงเป็นที่จดจำของชาวอังกฤษ มาจนกระทั่งทุกวันนี้ ... จุดเริ่มต้นของคืนสยอง เรื่องราวการชำแหละอย่างสยดสยองที่ทำให้คนทั่วโลกกลัวกันจนตราบทุกวันนี้เกิดขึ้นเมื่อออ ค.ศ.1888 ในมหานครลอนดอน โดยเฉพาะประชาชนในย่านไวท์ ซาเบทและย่านอิสต์ เอนด์ ในขณะที่ประเทศอังกฤษนับว่าเป็นชนชาติที่รุ่งเรืองในอารยธรรมมากที่สุดในโลกขณะนั้น ลอนดอนเป็นเมืองหลวงที่มั่งคั่ง ยิ่งใหญ่ หรูหราที่สุด ชาวลอนดอนทุกคนต้องแต่งกายดี มีมารยาททางสังคมสูงส่งเป็นผู้ดีที่ใช้ชีวิตประจำวันราวกับลีลาพญาหงษ์ แต่ทว่า ในอีกด้านหนึ่งของนครอันศิวไลน์นั้นยังมีตรอก ซอก ซอย ที่อยู่ในจุดอับของความเจริญ ซึ่งชีวิตของคนในนั้นจะดูน่าสังเวช ไม่ผิดกับหนูในท่อ เด็ก 5 ขวบมักติดโรคตาย วัยรุ่นติดเหล้า เสพยามีสันดานเป็นโจรไพร่ พวกผู้หญิงวัยรุ่นจนถึงกลางคนจะยึดอาชีพค้าประเวณี ทำตนเปป็นหญิงแพศยา ทำให้รูปร่างเหี่ยว โทรม และแก่เกินวัย ทำให้พวกเธอตกเปปป็นเป้าสายตาของมนุษย์ที่เปรียบได้ดังอสูรร้าย ที่เกลียดชังพวกเธอ จนมันผู้นั้นต้องการให้เธอตายเสมือนไล่บี้แมลงสาบให้ไส้ทะลัก และตายอย่างไม่เป็นชิ้นเป็นอัน รายที่หนึ่ง เริ่มต้นในช่วงตี 5 ของวันที่ 7 สิงหาคม ค.ศ.1888 มีผู้เข้าแจ้งความตำรวจแล้วแจ้งว่า มีคนถูกฆ่าตายที่หน้าบ้านของเขา เมื่อตำรวจรุดเข้าไปสถานที่เกิดเหตุ ประจวบกับแสงแดดอ่อนยามเช้าส่องเข้าไป ทำให้เห็นสภาพศพที่ยับเยินของผู้หญิงคนหนึ่ง ผู้คนแถบนั้นต่างรู้จักเธอ ว่าเธอคือ มาร์ธา เทอร์เนอร์ โสเภณีวัย 35 ปี จากสภาพศพชันสูตรออกมาว่า เธอถูกจู่โจมข้างหลัง และฆาตกรได้เชือดคอเธออย่างทารุณ ก่อนที่จะจ้วงล้วงควงแทงเธออีกกว่า 39แผล เท่านั้นยังไม่พอใจในความวิปริต มันได้เฉือนเนื้อของเธอเป็นชิ้นโตๆ โปะไว้ตรงกองศพ ทว่า...การตายของเธอยังไม่ได้รับการสนใจพอ เพราะถือเป็นเรื่องปรกติ รายที่2 จากรายแรกผ่านไป 24 วัน ชาวบ้านก็ต้องผวาอีกครั้ง เพราะครั้งนี้โหดเหี้ยมกว่าครั้งแรก ในคืนวันที่ 31 สิงหาคม ย่านไวท์ ซาเบล............มีผู้พบศพแมรี่ แอนนี่ นิโคล"พริ้ตตี้ พอลลี่" วัย 42 ปี ซึ่งก่อนหน้านี้2ชั่วโมงเธอได้เดินควงคู่กับชายแปลกหน้าสวมหมวกทรงสูงหลบซ่อนอยู่ในมุมมืด ซึ่งชายผู้นั้นได้เลี้ยงเหล้าเธอ และพาเธอหายไปในความมืด สันนิษฐานว่าฆาตกรได้ใช้มีดซึ่งผ่านการลับมาอย่างดี ปาดคอเธออย่างรวดเร็ว พอลลี่หมดสิทธิ์ร้อง เพราะหลอดลมของเธอถูกตัดกระจุย และเธอยังไม่ทันตายสนิท คมมีดถูกปักเข้าที่ท้องและชำแหละลากเอาไส้ของเธอออกมา ซึ่งตำรวจผู้ชันสูตรกล่าวว่า*คนร้ายมีความรู้ในด้านกายภาพยอดเยี่ยมมาก เขาน่าจะเป็นหมอก่อนเป็นฆาตกร* รายที่3 ห่างจากรายที่ 2 เพียง 7 วันเท่านั้น"ดาร์ก แอนนี่" หรือ แอนนี่ แชบแมน หญิงบริการผิวคล้ำซึ่งป่วยด้วยวัณโรค ถูกเชือดชำแหละในคืนวันที่ 8 กันยายนในถนน ฮานเบอรี่ 2สองศพที่ผ่านมานั้นยังเทียบกับศพนี้มิได้ เพราะเธอถูกเชือดคอ ก่อนที่จะหั่นเนื้อของเธอเป็นชิ้นๆและจบลงด้วยการแหวะท้อง ลากเครื่องในออกมากองไว้ข้างนอก โดยชาวบ้านต่างพากันว่าเป็นฝีมือของตำรวจนั้นเอง เพราะเป็นพวกไม้เบื่อไม้เมากับโสเภณีเหล่านี้มานาน อันเป็นจุดพลิกผันของเรื่อง เพราะในขณะนั้น ชาวยิวซึ่งอพยบมาจากรัสเซียเกิดถูกวิพากษ์วิจารณ์ว่ามีส่วนรู้เห็นด้วยกัน ยิ่งทำให้ถูกเข้าใจผิดมากไปกว่าเดิมเสียอีก เพราะชาวยิวในยุคนั้นถูกข่มเหงรังแกจากชาวยุโรป ทำให้เกิดบ้าบอขึ้นมาและลงที่ผู้หญิงหากินก็ได้ รายที่ 4 เช้าวันที่ 30 กันยายน แถวๆดัทฟิลด์ ยารัต ตำรวจกำลังออกเวรได้พบขายาวๆสวมถุงน่องชี้โด่ออกมาจากประตูโรงงาน ศพนั้นรู้จักกันในนามของ"ลอง ลิซ"วัย 45 ปี เหยื่อรายนี้ถูกขัดจังหวะก่อนที่จะชำแหละเสร็จ ฆาตกรจึงลงกับรายที่ 5 ทันที อาจเป็นเพราะอารมณค้างน่ะครับ มือชำแหละได้ลงมือสังหารรายที่ 5 ทันทีเป็นเวลา 45นาทีหลังจากพบศพของ"ลอง ลิซ" รายที่ 5 "เคต เคลลี่" อายุ43 ปีโดนเชือดเข้าที่ใบหน้า ตามตัวถูกกรัดด้วยและกระหน่ำแทงอย่างไร้ความปราณี ยังไม่พอ.......ฆาตกรตัดไตข้างซ้ายและอวัยวะอื่นๆกลับบ้านไปด้วย และที่สำคัญ ครั้งนี้ฆาตกรมี Massageเลือดฝากถึงตำรวจด้วยว่า"อย่าโทษชาวยิว พวกนี้ไม่รู้เรื่อง" "ท่านที่เคารพ...ผมคอยติดตามข่าวสารอยู่ตลอดเวลาว่าเมื่อไหร่เมื่อไหร่ตำรวจจะได้รู้และตามจับผมได้สักที แต่จนแล้วจนรอดเขาก็ยังหาไม่พบ ผมขอบอกตามตรงว่า ผมขยะแขยงผู้หญิงบางจำพวก คอยดูสิ ผมจะฆ่าพวกมันให้ได้ครบรูร้อยเข็มขัดของผมเลยจะบอกให้ งานของผมนี่สนุกมากเลย ผมเก็บเลือดของพวกมันใส่เข้าไปปในขวดเอาไว้ใช้ต่างหมึกสำหรับเขียนมาถึงท่านนี่ไง อีกไม่นานท่านจะได้ข่าวคืบหน้าขึ้นมาอีก บางที่ผมอาจจะตัดหูของนังเวรพวกนี้ใส่ซองกับจดหมายด้วยลงชื่อ Jack the Ripper" นี่เป็นครั้งแรกที่ชื่อของ Jack the Ripper ผุดขึ้นออกมาสู่โกภายนอกและรายสุดท้ายก็มาถึง รายสุดท้าย แมรี่ เจน แคลลี่ ถูกฆ่เมื่อวันที่ 9 พฤษจิกายน 1888 เธอน่าสงสารที่สุด เพราะด้วยวัยเพียง 24 ปี และหน้าตาที่สวยไม่ใช่เล่น ซึ่งผิดกับครั้งที่ผ่านมาเพราะที่ผ่านมาเป็นผู้หญิงแก่ๆ ร่างกายทรุดโทรม เคลลี่ เป็นสาวสวยผมบลอนด์ เคยทำงานในราชสำนักของอังกกษ เป็นพี่เลี้ยงให้ทารกสาวน้องให้แก่เจ้าชาย อัลเบิร์ต วิคเตอร์ แต่เธอถูกจับได้ว่าทำงานพิเศษเป็นโสเภณี จึงถูไล่ออก และเข้ามาอาศัยในมิลเลอร์คอร์ด และเธอค้างค่าเช่าห้องประจำ ผู้ชายคนสุดท้ายก่อนที่เธอจะตายคือ จอร์ซ ฮัทซิ่งสัน ผู้ที่เธอไปของเน แต่เขาไม่ให้ เธอจึงผละออกไปหาชายผู้สวมหมวกยาวสีดำ ผอมสูง และนั่นคืออครั้งสุดท้ายที่เธอมีชีวิตอยู่.................. เช้าวันที่ 9 เคลลี่ถูกพบเป็นศพอยู่ในห้องเช่า เพราะคอที่บอบบางของเธอถูกปาดจนเกือบขาด เนื้อถูกแล่เป็นริ้วๆ จนเหลือแต่กระดูกขาวเว่อร์ ท้องถูกผ่าแหวะออก ตับและไส้ถูกกองออกมาระหว่างเท้าสองข้าง(ขอบรรยายแค่นี้พอครับ เพราะโหดเกินพิกัด) และรู้สึกว่าเคลลี่จะเป็นรายสุดท้านนะครับ เพราะว่าแจ็ค เดอะ ริ้ปเปอร์ จะหยุดทำการแล้ว เพราะไม่มีศพรายไหนที่เป็นแนวชำแหละแบบ แจ็ค เดอะ ริ้ปเปอร์ อีกเลย เสมือนกับว่าเขาหายไปอย่างกระทันหันเลย เอกลักษณ์ประจำตนของแจ็ค เดอะ ริ้ปเปอร์ ซึ่งพยานปากเอกทั้งเจ้าของร้านอาหารที่หญิงเหล่านั้นเข้าไปก่อนตายและหญิงบริการที่เป็นเพื่อนของผู้เคราะห์ร้ายได้ให้ปากคำพอจะรวบรวมข้อสันนิษฐานได้ดังนี้ 1.แจ็ค เดอะ ริ้ปเปอร์ เป็นคนที่ถนัดซ้าย คำยืนยันนี้เป็นของตำรวจที่ต้องกล้ำกลืนฝืนตนเข้าไปคุ้ยเขี่ย เอ้ย ชันสูตรซากศพที่เกิดจากฝีมือของเจ้าแจ็ค เดอะ ริ้ปเปอร์ 2.แจ็ค เดอะ ริ้ปเปอร์ เป็นคนรูปร่างผอง สูง ผิวเผือดซีด 3.เขามีหนวดซึ่งผ่านการคลิบแต่งอย่างดี 4.เขาสวมเสื้อคลุมยาวสีดำ หมวกดำทรงสูง หลุบหน้า 5.ท่าทางดูเป็นผู้ดี แต่อาจรู้จักย่านอีสต์ เอนด์แทบทุกซอกทุกมุม และบางที่ อาจจะรู้ทางมากกว่าตำรวจท้องถิ่นก็เป็นได้ 6.ท่าทางความกระฉับกระเฉง บ่งบอกถึงความเป็นหนุ่มเป็นแน่นแน่นอน มิใช่คนเเก่ มิฉะนั้นการชำแหละอาจจะต้องเกิดความติดขัดได้(ฮา) นอกจากนั้นยังปราดเปรียว ค่อนข้างมีเสน่ห์ 7.มีความรู้สูงโดยพิสูจน์จากกายวิภาค และการใช้ภาษาในการเขียนจดหมาย ซึ่งรายมือสวยพอๆกับสะบัดสำนวนที่เขียนจดหมายเข้ามา และแล้ว รายชื่อผู้น่าสงสัยถูกเปิดออกมา 10 ราย ซึ่งเขาแต่ละคนนั้นประวัติก็ดี้ดีซะเหลือเกินนะครับ เรามาดูกันดีกว่าครับ(สั้นๆ) 1.เจ้าชาย อัลเบิร์ต วิคเตอร์,ดยุคแห่งคลาเรนซ์ ซึ่งทรงเป็นพระราชนัดดาของสมเด็จพระนางเจ้าวิคตอเรีย และพระองค์ถูกสงสัยไม่ใช่เรื่องอื่นไกล เพราะพระอุปนิสัยเสียจนถึงกับเสียมากนี่เอง เพราะทรงเจ้าชู้ ชอบสำส่อนกับโสเภณีในย่านสลัมจนกระทั่งพระองค์ได้ให้กำเนิดทารกจากโสเภณี ซึ่งแมรี่ เจน เคลลี่(เหยื่อรายสุดท้าย)เลี้ยง แต่พระองค์จับได้ว่า หล่อนมีอาชีพเสริมคือค้าประเวณี จึงถูกไล่ออก จนเคลลี่ประกาศจะแบล็คเมล์โดยรวมกลุ่มกับโสเภณีทั้งหลาย(ก็เหยื่อที่ถูกแจ็คเดอะ ริ้ปเปอร์ฆ่าตาย) ทางราชสำนักจึงมีบัญชาให้เก็บผู้หญิงแพศยานี้เพื่อปกป้องเกียติยศแห่งราชสกุล 2.เซอร์ วิลเลียม กัลล์ แพทย์ประจำพระราชสำนัก ซึ่งอาจได้รับบัญชามาจากสมเด็จพระบรมราชินีนาถ วิคตอเรียให้มาจัดการแทนก็ได้ แต่หลังจากที่เเมรี่ เจน แคลลี่ตาย 2 ปี เขาก็เป็นบ้าแล้วถูกจังในโรงพยาบาลโรคจิตลอนดอน 3.โจเซพ บาร์เน็ต ซึ่งเขาคือสามีของแมรี่ เจน แคลลี่นั้นเออง เหตุผลอาจเพราะเขาต้องการเชือดไก่ให้ลิงดู เพราะเคลลี่ ชอบทอดกายให้คนอื่นที่ไม่ใช่เขาเชยชม เขาจึงฆ่าคนอื่นเพื่อให้หล่อนเลิกทำอาชีพ แต่หล่อนไม่หยุด เขาจึงตัดสินใจลงมือสังหารหล่อนเสียเอง แต่ไม่มีหลักฐานมัดตัวเขา 4.มองตากู จอร์น ดรูอิต เนติบันฑิตผู้สติไม่สมประกอบ มีความปราดเปรืองและรูปร่างที่ผอมสูงตรงกับบุคลิคของแจ็ค เดอะ ริ้ปเปอร์ แต่เขากระโดน้ำตายก่อนที่แมรี่ เจน แคลลี่จะถูกสังหารทำให้ความคิดนี้ตกไป 5.แอรอน โควิส โคเฮน เป็นคนที่หัวหน้าตำรวจ เซอร์โรเบิร์ต แอนเดอร์สันสงสัยที่สุด เพราะเขาเป็นช่างทำรองเท้าซึ่งโรคจิต เพราะถูฝึกให้ฆ่าสัตว์ตามประเพณีของชาวยิวบ่อยๆ และเขาเคยถูกจับทุกครั้งเมื่อมีการพบศพ แต่ก็ถูกปล่ออยตัวไปทุกครั้ง 6.โธมัส เฮย์เนส คัทบุช ผู้เป็นโรคประสาทและทำอะไรโดยที่ตนไม่รู้ตัว และเคยฆ่าผู้หญิงที่ชื่อฟรอเลนซ์ จอนสัน 7.จอร์จ เซปเมน ชายชาวโปแลนด์ผู้ชอบในการผ่าศพ เพราะเคยเป็นลูกมือให้หมอผ่าศพมาก่อน เขาเคยต้องคดีฆ่าตัดคอหญิงคนหนึ่งและในขณะที่คดีของแจ็ค เดอะ ริ้ปเปอร์ ปรากฎแล้วปรากฎเล่า เขาทำงานเป็นช่างตัดผมในย่านไวท์ ซาเบท และในปี1895 เขาถูกจัในข้อหาวางยาพิษผู้หญิงที่ทำงานในร้านอาหาร และขณะที่ถูกจับ เขายิ้มและหันมาพูดแสดงความยินดีกับตำรวจว่า "ขอแสดงความยินดี คุณจับ แจ็ค เดอะ ริ้ปเปอร์ ได้แล้ว" 8.ดร.อเล็กซานเดอร์ เปตาเคนโก เขาเป็นหมอในคลีนิคย่านอิสต์ เอนด์ ซึ่งหมอคนนี้พฤติกรรมดีมาก เคยเชือดคอหญิงโสเภณีจนเกือบขาดมาแล้ว หลังจากที่แมรี่ เจน เคลลี่ถูกสังหาร เขาก็เดินทางกลับรัสเซีย และเผลอไปฆ่าหญิงอีกหนึงคนจนต้องเข้าโรงพยาบาลโรคจิต 9.ดร.โธมัส นิลส์ ครีม เป็นผู้ต้องคดี ฆ่าโสเถณีไป 4 ศพ เขาถูกตัดสินประหารชีวติด้วยการแขวนคอ แต่........... คำพูดที่ทำให้คนนับหมื่นในขณะนั้นตะลึงก่อนที่เชือกจะตึงเพราะประตูกลใต้เท้าเปิดออก เขาได้ตะโกนว่า "I am Jack the........" มันหมายความว่าอย่างไรกันแน่ 10.โรเบิร์ต คอนสตัน สตีเฟนสัน ลูกชายเจ้าของโรงงานน้ำมันพืชในมณฑลยอร์คเซียร์ ขี้เมาหยำเป ขี้โม้ที่หนึ่ง และชอบใช้ชื่อของดร.รอสลินติ"ออนสตัน และชอบเดินไปในย่านไวท์ ซาเบทในช่วงที่เกิดฆาตกรรมขึ้น แต่ยังไงก็ตาม ท่านอาจไม่ทราบว่า ความตายนั้นเจ็บปวดเพียงได แต่.....ความสำคัญของความตายคือ อุปสงค์ที่ทำให้เกิดความตาย บางท่านตายเพราะโรคภัยไข้เจ็บ บางท่านตายเพราะชราภาพ บางท่านประสบอุบัติเหตุเสียชีวิต และอุปสงค์ที่ทำให้เกิดความตายนั่นคือ"เพื่อนมนุษย์"ด้วยกันเอง ซึ่งอาจฆ่ากันด้วยวิธีต่างๆ เช่นปืนผาหน้าไม้ โป้งเดียวอาจตายโดยไม่ทันรู้สึกเจ็บปวด แต่.............. มีด ที่ แจ็ค เดอะ ริ้ปเปอร์ใช้สังหารนั้นไม่สามารถฆ่าคนให้ตายในทันที เขาเหล่านั้นจะต้องทนทุกข์ทรมารจากการกระทำของแจ็ค เดอะ ริ้ปเปอร์ ต้องเหลือบเห็นท้องที่ถูกกรีดออกมา อย่าลืมครับเพราะช่วงท้องของเรานั้นไม่มีจุดที่ทำให้ตายได้ ทำให้ยิ่งทรมารเข้าไปใหญ่ TrackbacksThe trackback URL for this entry is: http://ninewgristarqueer.spaces.live.com/blog/cns!F719EAF67B6509EB!288.trak Weblogs that reference this entry
|
|
|